การพัฒนาคุณภาพด็กและเยาวชนในภาพรวม

July 26th, 2014

เด็กและเยาวชนทุกคนจำเป็นต้องได้รับการเอาใจใส่และดูแลอย่างเหมาะสมและรอบด้าน ในแต่ละช่วงวัยจากพ่อแม่ ผู้ดูแล ชุมชน และสังคมด้วยความรู้ที่หลากหลายแบบสหวิชาชีพ รวมทั้งต้องใช้ทักษะ และเจตคติที่เห็นคุณค่าของเด็กและเยาวชน โดยไม่เลือกปฏิบัติ แต่คำนึงถึงความเท่าเทียม เป็นธรรม และการมีส่วนร่วม แผนพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๕ – ๒๕๕๙ จึงได้กำหนดกรอบทิศทางการพัฒนาเด็กและเยาวชน เพื่อให้หน่วยงานทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ องค์กรเอกชน ภาคธุรกิจ และภาคประชาสังคมในทุกระดับ ใช้เป็นแนวทางการบริหารจัดการการดำเนินงานตามภารกิจขององค์กร

ปลูกฝังให้เด็กและเยาวชนมีความผูกพันกับครอบครัว ภาคภูมิใจในความเป็นไทย และสำนึกรักบ้านเกิด มีคุณธรรม จริยธรรม ยึดมั่นในหลักคำสอนทางศาสนา มีความพอเพียง มีสำนึกความเป็นพลเมือง มีวิถีประชาธิปไตย เคารพสิทธิผู้อื่น รู้จักคิดอย่างมีเหตุผล มีจิตสาธารณะ รักสิ่งแวดล้อม สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปลอดภัย มีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน และประเทศชาติ

ส่งเสริมและเปิดโอกาสให้เด็กได้ค้นพบตนเอง โดยรู้ความต้องการ ความถนัด และศักยภาพของตนเองอย่างแท้จริง

พัฒนากระบวนการเรียนรู้ให้เด็กและเยาวชนมุ่งมั่นพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง มีทักษะและเจตคติที่ดีต่อการทำงาน มีศักดิ์ศรี และความภาคภูมิใจในการทำงานสุจริต โดยเน้นให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม เพื่อให้เกิดความรู้ที่ผสมผสานกับประสบการณ์ตรง และสามารถจัดระบบการจัดการความรู้ของตนเองอย่างรอบด้าน หน่วยงานรับผิดชอบหลัก ศธ. หน่วยงานรับผิดชอบรอง รง.

เตรียมความพร้อมเด็กและเยาวชนให้เข้าสู่การเป็นประชาคมอาเซียน โดยส่งเสริมการต่อยอดทางการศึกษา วัฒนธรรมท้องถิ่น วัฒนธรรมร่วมสมัย และเชื่อมโยงถึงวัฒนธรรมโลก โดยเน้นพัฒนาทักษะด้านภาษา และการเตรียมตัวสู่ตลาดแรงงานอย่างมีคุณภาพ หน่วยงานรับผิดชอบหลัก ศธ. วธ. หน่วยงานรับผิดชอบรอง รง. อปท.

พัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถเลือกรับเทคโนโลยีนำมาพัฒนายกระดับความรู้ การเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีงามในครอบครัว และสามารถเชื่อมต่อกับเครือข่ายภายนอกอย่างสร้างสรรค์ หน่วยงานรับผิดชอบหลัก วธ. ทก. ศธ. พม. สดย.

มาตรการเสริมสร้างความเข้าใจในปัญหาและความต้องการของเด็กและเยาวชน

ส่งเสริมให้พ่อ แม่ และผู้เลี้ยงดูเด็ก รวมถึงผู้ดูแลเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ทั้งภาครัฐ เอกชน มีความรู้ ความเข้าใจพัฒนาการของเด็ก และได้รับการฝึกให้มีทักษะ มีทัศนคติในการทำหน้าที่เลี้ยงดูเด็กให้เหมาะสมตามความจำเป็นและความต้องการ โดยเฉพาะความสัมพันธ์เชิงบวก

สนับสนุนให้ชุมชน สังคม ภาคีเครือข่ายเข้าใจปัญหาและความต้องการของเด็กและเยาวชน สามารถแก้ปัญหา หรือจัดบริการสวัสดิการสังคมให้สอดคล้องกับความต้องการของเด็กและเยาวชนอย่างสร้างสรรค์ รวมถึงการทำหน้าที่เฝ้าระวังดูแลทั้งกาย จิต และพฤติกรรมตั้งแต่ยังเล็ก

การแก้ไขปัญหาเพื่อสังคมที่ยั่งยืนขององค์กรอาสาสมัครเด็กระดับโลก เพื่อพัฒนาชุมชน

June 14th, 2014

กิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) คือหน่วยงานที่ดำเนินงานโดยใช้ยุทธศาสตร์แบบกลไกตลาดเพื่อเป้าหมายทางสังคมหรือสิ่งแวดล้อม การดำเนินงานของกิจการเพื่อสังคม มุ่งเน้นเป้าหมายทางสังคม สิ่งแวดล้อม และการเงินไปพร้อมๆ กัน หรือที่เรียกว่า Triple Bottom Line โดยเป้าหมายทางการเงิน เช่นการสร้างรายได้นั้น มีขึ้นเพื่อเพิ่มผลประโยชน์ของสังคมหรือสิ่งแวดล้อม แทนที่จะเป็นผลประโยชน์ของบริษัทหรือผู้ถือหุ้นเหมือนกิจการทั่วไป

กิจการเพื่อสังคม ต่างจากความรับผิดชอบทางสังคมเชิงบรรษัท (CSR) ตรงที่กิจการเพื่อสังคมมีเป้าหมายทางสังคมหรือสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก ในขณะที่ CSR มักจะเป็นกิจกรรมหรือโครงการเพื่อสังคมของกิจการที่แสวงหากำไรตามปกติ

ในประเทศเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนาในหลายภูมิภาคประสบปัญหาทางสังคม อาทิ ความยากจน พลังงาน การศึกษา เสบียงอาหาร และสาธารณสุข ในขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วก็ประสบปัญหาที่ต่างออกไป เช่น อัตราการเกิดลดลง ประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้น ปัญหาสิ่งแวดล้อม และโครงสร้างพื้นฐานที่ล้าสมัย

ในฐานะองค์กรระดับสากลที่มีวิวัฒนาการไปทั่วโลก ใช้บุคลากร โซลูชัน เงินทุน และทรัพยากรการบริหารจัดการอื่นๆ ในการประสานงานกับหน่วยงาน NPO, NGO, รัฐบาล ตลอดจนองค์กรระหว่างประเทศ เพื่อสร้างโอกาสที่จะร่วมแก้ไขปัญหาเหล่านี้ มุ่งมั่นที่จะสร้าง “Better World” (โลกที่ดียิ่งขึ้น) ไปทีละขั้น

การช่วยเหลือสังคมผ่านทางความรู้และทักษะของผู้เชี่ยวชาญ ด้วยการใช้ประโยชน์จากทักษะและประสบการณ์ของพนักงานในกลุ่มบริษัทตลอดระยะเวลาการทำงาน ซึ่งทำงานร่วมกับหน่วยงาน NGO ในประเทศเกิดใหม่ทั้งในเอเชียและพื้นที่อื่นๆ เพื่อช่วยแก้ปัญหาสังคมต่างๆ ที่มีผลต่อการพัฒนา โครงการนี้พยายามที่จะนำประสบการณ์ทางธุรกิจมาใช้ในการทำงานในสามด้านหลัก ได้แก่ สิ่งแวดล้อมและพลังงาน การศึกษา และสาธารณสุข อาสาสมัครต่างพยายามทุกวิถีทางเพื่อมุ่งหน้าสู่จุดหมาย นับตั้งแต่การที่อาสาสมัครที่ประจำตามสถานที่ต่างๆ ทำการตรวจสอบรายละเอียด ไปจนถึงวางแผนปฏิบัติการที่เกี่ยวข้อง นอกจากนั้น สำหรับปัญหาที่ไม่สามารถทำความเข้าใจได้จนกว่าจะเห็นสถานที่จริง เราจะใช้วิธีประชุมทางไกล เครือข่ายสังคม และบริการอื่นๆ ที่คล้ายกัน เพื่อร่วมแบ่งปันข้อมูลกับพนักงานทั่วโลกและเพื่อช่วยพัฒนาปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น

อาสาสมัครหน่วยสันติภาพสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทยกับโครงการสร้างเยาวชนเพื่อการพัฒนา

May 7th, 2014

หน่วยสันติภาพสหรัฐอเมริกาเป็นองค์กรอิสระภายใต้สังกัดของรัฐบาลอเมริกัน เพื่อเสริมสร้างสันติภาพด้วยการส่งอาสาสมัครอเมริกันไปช่วยปฏิบัติงานในประเทศกำลังพัฒนาโดยหน่วยสันติภาพฯก็ยังคงมุ่งเน้นการเสริมสร้างสันติภาพและมิตรภาพ และเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ไม่เคยเปลี่ยนแปลง คือ การให้ความช่วยเหลือด้านกำลังคนแก่ประเทศที่กำลังพัฒนาและยังขาดแคลนบุคลากร ช่วยในการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจที่ดีของประชาชนที่มีต่อคนอเมริกัน โดยที่อาสาสมัครหน่วยสันติภาพฯ นั้นจะปฏิบัติงานอยู่ทั่วโลกในหลายด้าน เช่น ด้านการศึกษา สิ่งแวดล้อม สาธารณสุขวิสาหกิจชุมชนขนาดย่อม สาระสนเทศ สิ่งแวดล้อม การเกษตร และการพัฒนาเด็กและเยาวชน ทั้งนี้ประเทศไทยและหน่วยสันติภาพสหรัฐอเมริกา ได้ร่วมมือกันในโครงการต่างๆ เป็นอย่างดีมาตลอดรวมทั้งโครงการสร้างเยาวชนเพื่อการพัฒนาที่ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2554

ซึ่งโครงการมีเป้าหมายโดยรวมอยู่ที่ เยาวชนมีสุขภาพที่ดีและเติบโตเป็นพลเมืองที่สำคัญในการส่งผลในเชิงบวกให้กับสังคม ยกตัวอย่างกิจกรรมที่ร่วมกันทำเพื่อสร้างศักยภาพให้เด็กและเยาวชน อย่างเช่น กิจกรรมการเรียนรู้เรื่องทักษะชีวิต เช่น การตระหนักถึงคุณค่าของตนเอง การคิดวิเคราะห์ การตัดสินใจ การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์และการสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับผู้อื่น อย่างชมรมภาษาอังกฤษ การสนทนาภาษาอังกฤษ กิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม กิจกรรมส่งเสริมบทบาทของเยาวชนในการพัฒนา สร้างเยาวชนจิตอาสาและอื่นๆ

สำหรับโครงการต่างๆนี้ได้มีไว้บริการให้แก่ ชุมชน องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล โรงเรียน อนามัย เป็นต้น เพื่อที่จะมาช่วยพัฒนาชุมชนให้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การสอนภาษาอังกฤษให้กับผู้ร่วมงาน การเป็นผู้ช่วยครูสอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนเทศบาลต่างๆ การร่วมพัฒนาหลักสูตรการศึกษาและสนับสนุนการทำงานของ อบต. การทำงานร่วมกับชาวบ้านเกี่ยวกับกลุ่มอาชีพเสริม ด้านการเกษตรกรรมต่างๆ กระตุ้นให้ชุมชนตื่นตัวในการทำกิจกรรมต่างๆ ร่วมกันเพื่อพัฒนาชุมชนอย่างสร้างสรรค์

ฉะนั้นข้อมูลต่างๆที่กล่าวมานี้หากมีผู้ที่สนใจหรือหน่อยงานต่างๆสนใจเกี่ยวกับโครงการต่างๆที่กล่าวมา ก็สามารถสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมได้จากระบบอินเตอร์เน็ตที่มีไว้ศึกษาและบริการ ที่ทำให้เราเข้าถึงได้อย่างรวดเร็วและสมารถติดตามโครงการดีๆ หรือกิจกรรมอาสาและพัฒนาต่างๆ เพื่อเข้าร่วมพัฒนาด้วยก็ได้

แนวคิดการลองจำหน่ายสินค้าสำหรับใช้ในงานกุศล

March 17th, 2014

แนวคิดการลองจำหน่ายสินค้าสำหรับใช้ในงานกุศล

 

เชื่อว่าหากเป็นงานการกุศล หรือว่าที่ทำแล้วไม่ได้รับผลตอบแทนในรูปแบบของเงินทองแล้วนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับแนวคิดรูปแบบงานลักษณะนี้ ที่มีปัญหาที่สุด ก็เห็นจะไม่พ้นเรื่องของงบประมาณที่จะต้องมี และต้องใช้ในงานพัฒนาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นงานการกุศล หรือองค์กรเพื่อการพัฒนาความเป็นอยู่ของมนุษย์นั้น ต่างก็ต้องมีเงินเป็นตัวกลางในการที่เรานั้นจะสามารถดำเนินการในเรื่องของการซื้อปัจจัยต่าง ๆ ได้อย่างแน่นอนนั่นเองครับ ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับตอนนี้ก็คือ เราต้องพยายามมองกันแล้วครับว่าโอกาสที่จะทำเพื่อหารายได้เข้ามาจุนเจือในกิจกรรมเพื่อการพัฒนาสังคมได้อย่างไรบ้าง

แนวทางที่คิดออกแนวทางแรกเลยก็คือ แนวทางที่จะต้องไปขอให้บริษัท หรือว่าห้างร้านนั้นเป็นสปอนเซอร์สำหรับการดำเนินกิจกรรมในแต่ละครั้ง ซึ่งวิธีการแรกนี้นั้น เราอาจจะต้องทำเป็นโครงการรูปเล่ม และเราเองก็ต้องไปนำเสนอว่าสิ่งที่เราทำเป็นอย่างไร และคนที่ได้ประโยชน์นั้นมีใครอีกบ้าง ด้วยเหตุนี้นี่เองครับหลาย ๆ บริษัทจึงมีนโยบายการทำ CSR อยู่แล้ว ถ้าเราสามารถนำนโยบายเหล่านี้มาใช้เป็นตัวกำหนดสิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา

ดังนั้นหากวิธีการดังกล่างข้างต้นนั้นยังไม่ได้รับผลตอบรับได้ดีเท่าที่ควร ลำดับต่อมาเราอาจจะจำเป็นอย่างยิ่งครับที่จะต้องผลิตสินค้า หรือจัดทำบริการเพื่อนำเงินต่าง ๆ เหล่านี้หล่ะ มาใช้ในการกำหนดอย่างเยี่ยมยอดในการทำสิ่งต่าง ๆ นั่นเองครับ และหากเพื่อน ๆ มองเห็นก็จะพบว่า ถ้าเราสามารถผลิตสินค้า หรือบริการมาขายสู่ท้องตลาด วิธีการนี้จะสามารถนำเงิน และสิ่งต่าง ๆ มากมายที่ได้รับจากการที่เรานั้นดัดแปลงมาจากสินค้าของเรานั้นได้ดีอีกด้วย

ดังนั้นถ้าเราอยากจะขายสินค้าเพื่อนำรายได้ทั้งหมดมาจุนเจือกิจกรรมเพื่อการจรรโลงสังคมก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งนั่นเองครับ แต่วิธีการและแนวทางในเรื่องของการหาปัจจัยต่าง  ๆนั้น ก็ยังมีความคิดที่หลากหลายในทางปฏิบัติ ขึ้นอยู่กับว่าท่านมีความกล้าหรือไม่ที่จะเข้ามาฟันฝ่า และนำเงินมากมายเหล่านี้กลับมาพัฒนาชุมชน และความเป็นอยู่ของคนได้ดียิ่งขึ้น ด้วยตัวของท่านเอง