การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนให้ความสำคัญต่อการเรียนรู้ให้แก่คนในชุมชนท้องถิ่น

June 10th, 2015

การพัฒนาความรู้และทักษะของผู้นำเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง เพราะการเสริมสร้างความรู้และพัฒนาทักษะจะทำให้ผู้นำชุมชนมีโลกทัศน์ใหม่ต่องานพัฒนา การพัฒนาความรู้ ทักษะของผู้นำจึงเป็นสิ่งจะต้องนำมาพิจารณาควบคู่ไปกับการทำงานพัฒนาชุมชนมาประยุกต์ใช้ได้ตามความเหมาะสมในแต่ละชุมชน ผู้นำโดยส่วนใหญ่จะเป็นบุคคลที่มีความสนใจไฝ่รู้ศึกษาและพัฒนาตนเองอยู่เสมอ จะศึกษาด้วยตนเอง วิธีการศึกษาด้วยตนเองนั้น อาจเป็นการสังเกตสิ่งที่ตนเองพบเห็น แล้วจดจำมาทดลองปฏิบัติ หรือผ่านการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับบุคคลต่างๆจัดกลุ่มพูดคุยสนทนา หลังจากผ่านการไปศึกษาดูงานภายนอก ลักษณะทางสังคมและวัฒนธรรม ตลอดจนสถานการณ์ของชุมชนของตน

ผู้นำเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อการพัฒนาในระดับต่างๆ การพัฒนาในระดับชุมชนก็เช่นเดียวกัน ถ้าผู้นำมีคุณสมบัติที่พึงประสงค์ สามารถใช้คุณสมบัติที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาชุมชน สังคม จะเป็นการสร้างความสุขหรือสร้างความสำเร็จให้เกิดขึ้น อำนาจของผู้นำ จะต้องมีการใช้ให้ถูกต้องอำนาจเป็นสิ่งที่สร้างหายนะ หรือก่อให้เกิดอันตรายแก่ชุมชนได้ ชุมชนจะพบกับปัญหาในด้านต่างๆ ตามมา การเลือกสรรผู้นำของชุมชนสังคมก็เป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง และมากยิ่งกว่าคุณสมบัติที่มีผู้นำ

การพัฒนาชุมชนประสบกับความสำเร็จจากกระบวนการพัฒนาชุมชนที่ผ่านมา ทำให้เห็นว่าผู้นำมีบทบาทมี่ชัดเจนในการทำให้ชุมชนเกิดการเปลี่ยนแปลงไปสู่ความยั่งยืน เป็นตัวอย่างให้ชุมชนอื่นๆได้ไปศึกษา นำความสำเร็จจากการพัฒนาที่มาจากผู้นำไปประยุกต์ใช้กับชุมชน แต่ในขณะเดียวกัน ต้องได้รับความร่วมมือของคนในชุมชน ที่ต้องให้ความสำคัญ และรับรู้ปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นกับชุมชน เพราะปัญหาขุมชนไม่ได้เกิดขึ้นจากคนคนเดียว ทุกๆคนทำให้เกิดขึ้นก็ต้องช่วยกันคิด หาทางแก้พร้อมๆกัน

การส่งเสริมและจัดตั้งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในชุมชน

May 21st, 2015

pics_12_7
การพัฒนาเด็กปฐมวัย เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างสถานศึกษากับผู้ปกครอง ครูหรือผู้ดูแลเด็กมีบทบาทเป็นผู้ประสานงานร่วมกับผู้ปกครองให้เกิดความตระหนักและเห็นความสำคัญของการพัฒนาเด็ก และกระตุ้นให้มีการร่วมมือร่วมใจกัน ในการสนับสนุนและพัฒนาเด็กของชุมชนไปสู่เป้าหมายที่กำหนดไว้ ซึ่งจุดมุ่หมายของการศึกษาในวัยนี้เป็นการพัฒนาเด็กบนพื้นฐาน การอบรมเลี้ยงดูและส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่สนองต่อธรรมชาติและพัฒนาการของเด็ก ภายใต้บริบทสังคม วัฒนธรรมที่เด็กอาศัยอยู่ ด้วยความรัก ความเอื้ออาทรและความเข้าใจของทุกคน ซึ่งจะเป็นการทำงานในลักษณะของการร่วมมือกันรับผิดชอบ หรือถือเป็นหุ้นส่วนที่จะต้องช่วยพัฒนาเด็กให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการร่วมกัน

ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เป็นโรงเรียนแห่งที่สองของเด็กที่ให้การอบรมเลี้ยงดูเด็กและเตรียมความพร้อมของเด็กก่อนปฐมวัย โดยมีวัตถุประสงค์ช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อแม่ผู้ปกครอง ส่งเสริมให้เด็กมีสุขภาพ มีพัฒนาการ บริการอาหาร สิ่งแวดล้อมที่สะอาด ปลอดภัย เพื่อให้เด็กมีพัฒนาการอย่างเหมาะสมตามวัย โดยมีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ มีการพัฒนาบุคลากร ครูพี่เลี้ยงเด็ก โดยการประชาสัมพันธ์และรณรงค์การมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง ชุมชน สังคม หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้มีจิตเมตตากรุณา ช่วยเหลือเด็กและผู้ปกครองเพื่อป้องกันและลดระดับปัญหาเด็กได้ระดับหนึ่ง ตั้งแต่เด็กก่อนวัยเรียนที่พร้อมจะถูกบ่มเพาะให้กลายเป็นเมล็ดพันธุ์ที่จะเจริญเติบโตบนพื้นที่ที่เหมาะสมและให้ร่มเงาแก่ครอบครัว ชุมชนและสังคมต่อไป

ชุมชนมีบทบาทหน้าที่ในการคุ้มครองส่งเสริมสิทธิของวัยรุ่น หน่วยงานต่างๆในชุมชนไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน วัด หรือองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องมีส่วนในการจัดบริการที่ช่วยให้เด็กวัยรุ่นเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ และมีกิจกรรมที่ส่งเสริมพัฒนาการที่เหมาะสม หรือแม้แต่กลุ่มต่างๆในชุมชนก็สามารถให้เด็กเข้ามามีส่วนร่วมได้ เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้วัฒนธรรมของชุมชนและภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยกิจกรรมที่เหมาะสมสำหรับเด็กและเยาวชน ควรมาจากการร่วมคิดของเด็กและเยาวชนเอง โดยมีผู้ใหญ่คอยสนับสนุนในฐานะพี่เลี้ยงสำหรับการจัดกิจกรรม การมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชนในทุกขั้นตอนของกิจกรรมหรือโครงการจะมีโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น เพราะเด็กและเยาวชนรู้ว่าจะต้องสื่อสารอย่างไร เพื่อให้เข้าถึงเพื่อนในวัยเดียวกัน เด็กสามารถสื่อสารกันในเรื่องที่มีความอ่อนไหวได้ดี

ประเภทของการทำงานอาสาสมัคร

March 26th, 2015

การทำงานอาสาอาจทำได้หลายทางและอาจแบ่งออกเป็นประเภทต่างๆ ได้ เช่น

การทำงานอาสาเป็นทุนทางสังคม (Social capital)

ในลักษณะนี้การทำงานอาสามีบทบาทสำคัญในการสร้างผลทางเศรษฐกิจ ในพื้นที่ที่ความยากจนแพร่หลาย ชุมชนคนยากจนมักจะขาดเพื่อนและเพื่อนบ้านสามารถช่วยเหลือได้ การช่วยเหลือซึ่งกันและกันด้วยการสมัครใจอาสานี้ประกอบเป็นเครือข่ายนิรภัย ทางสังคม แบบอย่างนี้ใช้ได้ดีในรัฐที่มีความสมานฉันท์ของชาติในยามยากลำบาก โดยกลุ่มที่มีฐานะดีกว่ามักจะเสียสละเพื่อประโยชน์ของคนที่ต้องการความช่วย เหลือ

การทำงานอาสาที่ใช้ทักษะเป็นฐาน (Skill-based volunteering)

การทำงานอาสาที่ใช้ทักษะเป็นฐานเป็นการทำงานอาสาที่อาสาสมัครได้รับการฝึก เป็นพิเศษเฉพาะในเรื่องที่พวกเขาอาสาทำ ซึ่งแตกต่างกับการทำงานอาสาแบบที่ทำกันมาแต่ดั้งเดิมซึ่งไม่ต้องการการฝึกฝน เป็นการเฉพาะแต่อย่างใด เมื่อตีมูลค่าออกมาเป็นตัวเงินก็เห็นความแตกต่าง The Independent Sector คำนวณว่าการทำงานอาสาแบบดั้งเดิมมีมูลค่าเฉลี่ยชั่วโมงละ 18-20 ดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่การทำงานอาสาที่ใช้ทักษะเฉพาะมีมูลค่าระหว่าง 40-500 ดอลลาร์ต่อชั่วโมงขึ้นอยู่กับมูลค่าในตลาดของทักษะเฉพาะนั้น

การทำงานอาสาทางอินเตอร์เน็ด (Virtual volunteering)

ในการทำงานอาสาแบบนี้ ซึ่งบางครั้งก็เรียกว่า การทำงานอาสาอิเล็คโทรนิค (eVolunteering) การทำงานอาสาออนไลน์ (online volunteering) การทำงานอาสาขนาดจิ๋ว (micro-volunteering) การให้บริการไซเบอร์ (cyber service) telementoring และ teletutoring อาสาสมัครทำงานอาสาทั้งหมดหรือบางส่วนนอกสถานที่ปฏิบัติงานขององค์กรที่ตนไป ช่วย โดยใช้อินเตอร์เน็ตที่บ้าน โรงเรียน สถานที่ให้บริการอินเตอร์เน็ต ผ่านทางคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตอื่นๆ เช่น PDA หรือ smartphone การทำงานอาสาทางอินเตอร์เน็ตคล้ายคลึงกับ telecommuting ต่างกันตรงที่แทนจะมีลูกจ้างทำงานออนไลน์ที่เราต้องจ่ายค่าแรง ก็มีอาสาสมัครออนไลน์ที่ไม่ได้รับค่าแรงมาทำงานแทน

การทำงานอาสาด้านสิ่งแวดล้อม

การทำงานอาสาด้านสิ่งแวดล้อมหมายถึงอาสาสมัครที่ช่วยเหลือทางด้านการจัดการ สภาพแวดล้อม อาสาสมัครทำกิจกรรมได้กว้างขวางหลากหลาย รวมทั้งการติดตามสภาพแวดล้อม การฟื้นฟูระบบนิเวศ เช่น การปลูกพืชขึ้นมาใหม่ การกำจัดวัชพืช และการให้การศึกษาเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ

การทำงานอาสาในโรงเรียน

ระบบโรงเรียนทั่วโลกพึ่งพาอาสาสมัครและการบริจาคเป็นอย่างมากเพื่อให้สามารถ ดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิผล เมื่อใดที่เศรษฐกิจตกต่ำ ความต้องการอาสาสมัครและทรัพยากรก็เพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างยิ่ง มีโอกาสมากมายในระบบโรงเรียนที่อาสาสมัครจะใช้เป็นประโยชน์โดยเฉพาะอย่าง ยิ่งถ้าคุณมีทักษะหรือความเชี่ยวชาญเฉพาะ ไม่มีข้อเรียกร้องมากนักในการที่จะเป็นอาสาสมัครในระบบโรงเรียน ไม่ว่าคุณจะเป็นพ่อแม่ผู้ปกครอง ปู่ย่าตายาย หรือแค่เพียงสมาชิกคนหนึ่งของชุมชน โรงเรียนส่วนมากเพียงขอให้กรอกข้อความในแบบฟอร์มอาสาสมัครให้ครบถ้วน ส่วนผลประโยชน์ที่ได้รับก็เหมือนกับการทำงานอาสาแบบอื่นๆ นั่นคือรางวัลอันยิ่งใหญ่สำหรับอาสาสมัคร เด็กนักเรียน และโรงเรียน

บุคลิกภาพของเด็กที่มีการเปลี่ยนแปลงและปรับตัว

February 27th, 2015

อิทธิพลของพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมที่มีต่อมนุษย์เป็นปัญหาที่มีการศึกษาและค้นคว้าเป็นที่ยอมรับกันแล้วว่าทั้งพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลต่อมนุษย์ร่วมกัน แต่มีอำนาจไม่เท่าเทียมกัน ขึ้นอยู่กับลักษณะแต่ละอย่าง ถ้าเป็นลักษณะทางกาย อิทธิพลของพันธุกรรมจะรุนแรงกว่าอิทธิพลของสิ่งแวดล้อม แต่ถ้าเป็นลักษณะทางสังคมหรือจิตใจอิทธิพลของสิ่งแวดล้อมจะรุนแรงกว่า ซึ่งพฤติกรรมของมนุษย์เป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจมานานแล้ว แต่เดิมการศึกษาเรื่องนี้อาจถ่ายทอดเป็นนิทาน นิยาย โคลง กลอน เป็นต้น การถ่ายทอดเป็นเรื่องราวในลักษณะต่างๆสะท้อนให้เห็นว่าบุคคลในยุคหรือในสมัยนั้นๆมีการพฤติกรรมอย่างไรและทำไมจึงทำเช่นนั้น ระยะต่อมาการศึกษาพฤติกรรมก็เป็นแบบแผนขึ้น มีการศึกษาและสังเกตในเรื่องความเจริญเติบโตของการเรียนรู้ ซึ่งเป็นการศึกษาที่มีระเบียบแบบแผนขึ้นโดยใช้วิธีวิทาศาสตร์และถือว่าเป็นศาสตร์สาขาหนึ่ง เป็นการศึกษาที่มีระบบและมีหลักเกณฑ์

การที่เด็กหมกมุ่นอยู่กับพฤติกรรมบางลักษณะ เช่น กัดเล็บ ม้วนผม แคะจมูก ดูดนิ้ว ซึ่งในสายตาของพ่อแม่ถือว่าเป็นลักษณะการกระทำที่รบกวนจิตใจ ไม่เหมาะสม หรือเป็นปัญหาพฤติกรรมการแสดงออกของเด็ก แม้ว่าปัญหาบุคลิกภาพดังกล่าวจะทำให้ผู้ปกครองรู้สึกเป็นกังวลหรือหนักใจไม่น้อย โดยทั่วไปแล้วปัญหาบุคลิกภาพของเด็กข้างต้นถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเจริญเติบโต ดังนั้นจึงถือเป็นเรื่องปกติ รวมถึงไม่ได้เป็นสัญญาณอันตรายของความผิดปกติร้ายแรง โดยปกติ เด็กมักจะหยุดแสดงปัญหาบุคลิกภาพไปเองเมื่อโตขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือเป็นพิเศษ เว้นเสียแต่ว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นผลหรือเป็นสาเหตุของปัญหาทางร่างกายหรือจิตใจ อีกทั้งยังอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆได้เช่นกัน

การแก้ไขปัญหาบุคลิกภาพของเด็ก นอกเหนือจากการตักเตือนอย่างอ่อนโยนและคำชมเชย สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ เวลา การจะเปลี่ยนนิสัยซึ่งเป็นความเคยชินของเด็กจำเป็นต้องให้เวลาพวกเขาค่อยๆปรับตัว แล้วจึงแทนที่ด้วยลักษณะนิสัยที่พึงประสงค์ ดังนั้นพ่อแม่จึงต้องอดทน แล้วในท้ายที่สุดทุกอย่างย่อมผ่านไปได้ด้วยดี อย่างไรก็ตามหากปัญหาบุคลิกภาพของเด็กกลายเป็นปัญหาเรื้อรัง และเด็กไม่มีท่าทีว่าจะหายขาดจากพฤติกรรมดังกล่าว ผู้ปกครองจำเป็นต้องหาสาเหตุของปัญหาของลูกให้พบ และควรพาลูกไปพบแพทย์เพื่อให้ได้รับการประเมินสภาพปัญหาและแนวทางแก้ไข

การจัดกิจกรรมเฝ้าระวังและป้องกันปัญหาสาธารณสุขในหมู่บ้าน

January 29th, 2015

15

หน้าที่ความรับผิดชอบของอาสาสมัครสาธารณสุข สื่อข่าวสารสาธารณสุขระหว่างเจ้าหน้าที่และประชาชนในหมู่บ้านให้การส่งเสริมสุขภาพ การควบคุมและป้องกันโรค โดยให้คำแนะนำ ถ่ายทอดความรู้แก่เพื่อนบ้านและแกนนำสุขภาพประจำครอบครัว แกนนำชุมชนในเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับการสร้างเสริมสุขภาพพลานามัยให้แข็งแรง และเกิดการเจ็บป่วยน้อยที่สุดให้บริการสาธารณสุขแก่ประชาชน เช่น การรักษาพยาบาลเบื้องต้น การปฐมพยาบาลเบื้องต้น การจ่ายถุงยางอนามัย การตรวจวัดความดันโลหิต การตรวจหาน้ำตาลในปัสสาวะ การตรวจหาน้ำตาลในเลือด การส่งต่อผู้ป่วย และการติดตามดูแลผู้ป่วยที่ได้รับการส่งต่อมาจากสถานบริการ ปฏิบัติงานที่ ศูนย์สาธารณสุขมูลฐานชุมชนหรือสถานที่ตามกำหนดของหมู่บ้าน

จัดกิจกรรมเฝ้าระวังและป้องกันปัญหาสาธารณสุขในหมู่บ้าน เช่น กิจกรรมเฝ้าระวังทางโภชนาการ โดยการชั่งน้ำหนักเด็ก การติดตามหญิงมีครรภ์ให้มาฝากท้องและตรวจครรภ์ตามกำหนด ให้บริการชั่งน้ำหนักหญิงมีครรภ์เป็นประจำทุกเดือน ติดตามเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และตรวจสุขภาพตามกำหนด กิจกรรมเฝ้าระวังด้านสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค โดยการติดตามให้มารดานำเด็กไปรับวัคซีนตามกำหนด และกิจกรรมเฝ้าระวังเรื่องโรคระบาดและโรคติดต่อประจำถิ่น โดยการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคหรือพาหะนำโรคบริหารจัดการวางแผน แก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชน โดยใช้งบประมาณจากองค์การบริหารส่วนตำบลและจากแหล่งอื่นๆ ชักชวนเพื่อนบ้านเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาสุขภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน

ดูแลสิทธิประโยชน์ด้านหลักประกันสุขภาพและสาธารณสุขของประชาชนในหมู่บ้าน โดยเป็นแกนนำในการประสานงานกับผู้นำชุมชน องค์การบริหารส่วนตำบลและเครือข่ายสุขภาพ กระตุ้นให้มีการวางแผนและดำเนินงานเพื่อพัฒนางานสาธารณสุขของหมู่บ้าน บนพื้นฐานข้อมูลของชุมชน สอดคล้องกับเศรษฐกิจพอเพียง โดยเน้นพัฒนาและแก้ไขปัญหาด้านสังคมเศรษฐกิจและจิตใจควบคู่กันไป มติคณะรัฐมนตรี ได้กำหนดให้ วันที่ 20 มีนาคม ของทุกปี เป็นวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่อาสาสมัครสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานและเสียสละเพื่อสังคมมาทั้งปีเพื่อเชิดชูเกียรติของอสม.ให้สังคมรับรู้ถึงบทบาทการทำงานหลายสาขาและกิจกรรมต่าง ๆ ในหมู่บ้านและชุมชน เพื่อยกระดับการทำงานของ อสม. และกิจกรรมต่าง ๆ ในหมู่บ้าน/ชุมชน ให้ดีขึ้น ในปี 2550 นี้ ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดได้ทำการคัดเลือกอาสาสมัครสาธารณสุขดีเด่น (อสม.) จังหวัดสงขลา มีด้วยกัน 10 สาขา