บุคลิกภาพของเด็กที่มีการเปลี่ยนแปลงและปรับตัว

February 27th, 2015

อิทธิพลของพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมที่มีต่อมนุษย์เป็นปัญหาที่มีการศึกษาและค้นคว้าเป็นที่ยอมรับกันแล้วว่าทั้งพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลต่อมนุษย์ร่วมกัน แต่มีอำนาจไม่เท่าเทียมกัน ขึ้นอยู่กับลักษณะแต่ละอย่าง ถ้าเป็นลักษณะทางกาย อิทธิพลของพันธุกรรมจะรุนแรงกว่าอิทธิพลของสิ่งแวดล้อม แต่ถ้าเป็นลักษณะทางสังคมหรือจิตใจอิทธิพลของสิ่งแวดล้อมจะรุนแรงกว่า ซึ่งพฤติกรรมของมนุษย์เป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจมานานแล้ว แต่เดิมการศึกษาเรื่องนี้อาจถ่ายทอดเป็นนิทาน นิยาย โคลง กลอน เป็นต้น การถ่ายทอดเป็นเรื่องราวในลักษณะต่างๆสะท้อนให้เห็นว่าบุคคลในยุคหรือในสมัยนั้นๆมีการพฤติกรรมอย่างไรและทำไมจึงทำเช่นนั้น ระยะต่อมาการศึกษาพฤติกรรมก็เป็นแบบแผนขึ้น มีการศึกษาและสังเกตในเรื่องความเจริญเติบโตของการเรียนรู้ ซึ่งเป็นการศึกษาที่มีระเบียบแบบแผนขึ้นโดยใช้วิธีวิทาศาสตร์และถือว่าเป็นศาสตร์สาขาหนึ่ง เป็นการศึกษาที่มีระบบและมีหลักเกณฑ์

การที่เด็กหมกมุ่นอยู่กับพฤติกรรมบางลักษณะ เช่น กัดเล็บ ม้วนผม แคะจมูก ดูดนิ้ว ซึ่งในสายตาของพ่อแม่ถือว่าเป็นลักษณะการกระทำที่รบกวนจิตใจ ไม่เหมาะสม หรือเป็นปัญหาพฤติกรรมการแสดงออกของเด็ก แม้ว่าปัญหาบุคลิกภาพดังกล่าวจะทำให้ผู้ปกครองรู้สึกเป็นกังวลหรือหนักใจไม่น้อย โดยทั่วไปแล้วปัญหาบุคลิกภาพของเด็กข้างต้นถือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเจริญเติบโต ดังนั้นจึงถือเป็นเรื่องปกติ รวมถึงไม่ได้เป็นสัญญาณอันตรายของความผิดปกติร้ายแรง โดยปกติ เด็กมักจะหยุดแสดงปัญหาบุคลิกภาพไปเองเมื่อโตขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือเป็นพิเศษ เว้นเสียแต่ว่าพฤติกรรมดังกล่าวเป็นผลหรือเป็นสาเหตุของปัญหาทางร่างกายหรือจิตใจ อีกทั้งยังอาจก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆได้เช่นกัน

การแก้ไขปัญหาบุคลิกภาพของเด็ก นอกเหนือจากการตักเตือนอย่างอ่อนโยนและคำชมเชย สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือ เวลา การจะเปลี่ยนนิสัยซึ่งเป็นความเคยชินของเด็กจำเป็นต้องให้เวลาพวกเขาค่อยๆปรับตัว แล้วจึงแทนที่ด้วยลักษณะนิสัยที่พึงประสงค์ ดังนั้นพ่อแม่จึงต้องอดทน แล้วในท้ายที่สุดทุกอย่างย่อมผ่านไปได้ด้วยดี อย่างไรก็ตามหากปัญหาบุคลิกภาพของเด็กกลายเป็นปัญหาเรื้อรัง และเด็กไม่มีท่าทีว่าจะหายขาดจากพฤติกรรมดังกล่าว ผู้ปกครองจำเป็นต้องหาสาเหตุของปัญหาของลูกให้พบ และควรพาลูกไปพบแพทย์เพื่อให้ได้รับการประเมินสภาพปัญหาและแนวทางแก้ไข

การจัดกิจกรรมเฝ้าระวังและป้องกันปัญหาสาธารณสุขในหมู่บ้าน

January 29th, 2015

15

หน้าที่ความรับผิดชอบของอาสาสมัครสาธารณสุข สื่อข่าวสารสาธารณสุขระหว่างเจ้าหน้าที่และประชาชนในหมู่บ้านให้การส่งเสริมสุขภาพ การควบคุมและป้องกันโรค โดยให้คำแนะนำ ถ่ายทอดความรู้แก่เพื่อนบ้านและแกนนำสุขภาพประจำครอบครัว แกนนำชุมชนในเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับการสร้างเสริมสุขภาพพลานามัยให้แข็งแรง และเกิดการเจ็บป่วยน้อยที่สุดให้บริการสาธารณสุขแก่ประชาชน เช่น การรักษาพยาบาลเบื้องต้น การปฐมพยาบาลเบื้องต้น การจ่ายถุงยางอนามัย การตรวจวัดความดันโลหิต การตรวจหาน้ำตาลในปัสสาวะ การตรวจหาน้ำตาลในเลือด การส่งต่อผู้ป่วย และการติดตามดูแลผู้ป่วยที่ได้รับการส่งต่อมาจากสถานบริการ ปฏิบัติงานที่ ศูนย์สาธารณสุขมูลฐานชุมชนหรือสถานที่ตามกำหนดของหมู่บ้าน

จัดกิจกรรมเฝ้าระวังและป้องกันปัญหาสาธารณสุขในหมู่บ้าน เช่น กิจกรรมเฝ้าระวังทางโภชนาการ โดยการชั่งน้ำหนักเด็ก การติดตามหญิงมีครรภ์ให้มาฝากท้องและตรวจครรภ์ตามกำหนด ให้บริการชั่งน้ำหนักหญิงมีครรภ์เป็นประจำทุกเดือน ติดตามเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และตรวจสุขภาพตามกำหนด กิจกรรมเฝ้าระวังด้านสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค โดยการติดตามให้มารดานำเด็กไปรับวัคซีนตามกำหนด และกิจกรรมเฝ้าระวังเรื่องโรคระบาดและโรคติดต่อประจำถิ่น โดยการกำจัดแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคหรือพาหะนำโรคบริหารจัดการวางแผน แก้ไขปัญหาและพัฒนาชุมชน โดยใช้งบประมาณจากองค์การบริหารส่วนตำบลและจากแหล่งอื่นๆ ชักชวนเพื่อนบ้านเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาสุขภาพและพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชน

ดูแลสิทธิประโยชน์ด้านหลักประกันสุขภาพและสาธารณสุขของประชาชนในหมู่บ้าน โดยเป็นแกนนำในการประสานงานกับผู้นำชุมชน องค์การบริหารส่วนตำบลและเครือข่ายสุขภาพ กระตุ้นให้มีการวางแผนและดำเนินงานเพื่อพัฒนางานสาธารณสุขของหมู่บ้าน บนพื้นฐานข้อมูลของชุมชน สอดคล้องกับเศรษฐกิจพอเพียง โดยเน้นพัฒนาและแก้ไขปัญหาด้านสังคมเศรษฐกิจและจิตใจควบคู่กันไป มติคณะรัฐมนตรี ได้กำหนดให้ วันที่ 20 มีนาคม ของทุกปี เป็นวันอาสาสมัครสาธารณสุขแห่งชาติ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแก่อาสาสมัครสาธารณสุขที่ปฏิบัติงานและเสียสละเพื่อสังคมมาทั้งปีเพื่อเชิดชูเกียรติของอสม.ให้สังคมรับรู้ถึงบทบาทการทำงานหลายสาขาและกิจกรรมต่าง ๆ ในหมู่บ้านและชุมชน เพื่อยกระดับการทำงานของ อสม. และกิจกรรมต่าง ๆ ในหมู่บ้าน/ชุมชน ให้ดีขึ้น ในปี 2550 นี้ ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดได้ทำการคัดเลือกอาสาสมัครสาธารณสุขดีเด่น (อสม.) จังหวัดสงขลา มีด้วยกัน 10 สาขา

งานด้านอาสาสมัครเพื่อให้เกิดมีขึ้นภายในจิตใจของเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาในอนาคต

December 13th, 2014

เครือข่ายจิตอาสา เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มคนทำงานภาคสังคมที่เห็นความสำคัญของงานอาสาสมัคร และต้องการสืบสานกระแสพลังน้ำใจที่มีอาสาสมัครจำนวนมาก เดินทางไปช่วยผู้ประสบภัยสึนามิในช่วงต้นปี 2548 เครือข่ายมุ่งประสานความร่วมมือ และเสริมพลังการทำงานขององค์กรที่ทำงานด้านอาสาสมัคร และการให้เกี่ยวกับจิตอาสา

เนื่องจากเหตุการณ์ประสบภัยคลื่นสึนามิที่ได้ก่อให้เกิดการร่วมมือ กันระหว่างองค์กรภาครัฐภาคเอกชนภาคประชาสังคมต่างๆ ซึ่งทำได้เป็นจุดเริ่มต้นของกระแสการเป็นอาสาสมัครซึ่งเป็นการช่วยเหลือซึ่งกัน และเป็นประโยชน์ร่วมกันทั้งต่อผู้กระทำ และผู้อื่นโดยเน้นที่คุณค่าของความสามัคคีการมีส่วนร่วม และการสร้างสรรค์ประโยชน์สุขในสังคม

ทางองค์กรต่างๆ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในด้านงานอาสาสมัคร และมีความ เห็นร่วมกันที่จะมีการจัดการอาสาสมัครให้มีระบบที่ชัดเจนมากขึ้นเพื่อรอง รับกับรูปแบบงานอาสาที่หลากหลายนับตั้งแต่แบบพึ่งพาตนเองในชุมชน จนไปถึงการช่วยเหลือผู้คนที่อ่อนแอทั่วโลก จึงได้มีการร่วมมือกันเป็น เครือข่ายจิตอาสาเพื่อให้กระแสอาสาสมัครในสังคมไทยนั้น เป็นไปอย่าง มั่นคงและยั่งยืน

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถือว่าเป็นองค์กรที่มีความใกล้ชิดและรับทราบปัญหาของชุมชนและสามารถแก้ไขปัญหาของชุมชนได้ตรงตามความต้องการของประชาชนนั้น ควรมีบทบาทในการส่งเสริมกลุ่มหรือองค์กรชุมชนที่มีความเข้มแข็งอยู่แล้ว ให้เข้ามามีส่วนร่วมกับอปท. ผ่านช่องทางต่างๆ โดยการสนับสนุน และส่งเสริมกิจกรรมด้านงานจิตอาสา เพราะว่าปัจจุบันมุมมองของประชาชนต่อ อปท. ว่าเป็นองค์กรหนึ่งที่เข้ามาทำหน้าที่ของชุมชนท้องถิ่น อย่างกรณีงานที่ชุมชนสามารถกระทำเองได้ เช่นการจัดการขยะหรือการทำความสะอาดภายในชุมชน หรืองานต่างๆภายในชุมชนที่ประชาชนในชุมชนสามารถกระทำได้เอง แต่คิดว่าเป็นเรื่องของ อปท. หรือเจ้าหน้าที่ของ อปท. เท่านั้น ทำให้ขาดจิตสำนึกหรือจิตอาสา ที่แต่เดิมชุมชนได้ทำมาก่อน เช่นการลงแรง หรืองานอาสาต่างๆที่เกิดจากความร่วมแรงร่วมใจกันของคนในชุมชน เช่น การตัดถนน การขุดลอกคูคลอง หรือแม้กระทั่งการร่วมแรงร่วมใจในการสร้างโรงเรียนภายในชุมชน ภาพเหล่านี้ได้หดหายไปจากชุมชน

ทำอย่างไรจะให้งานอาสาสมัครหรือจิตอาสา ได้เกิดขึ้นภายในชุมชนโดยเริ่มต้นจากเด็กและเยาวชนผ่านการให้การศึกษการปลูกฝังเรื่องคุณธรรม งานด้านอาสาสมัครเพื่อให้เกิดมีขึ้นภายในจิตใจของเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาในอนาคต ที่สำคัญการพัฒนาคนหรือการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์หรือความคิดในเรื่องจิตอาสาต้องใช้ระยะเวลาที่ยาวนาน แต่สามารถกระทำได้โดยผ่านการร่วมคิด ร่วมทำจากทุกภาคส่วนทั้งประชาชน กลุ่มองค์กรชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทำให้ประชาชนในท้องถิ่น สามารถพึ่งตนเองได้ โดยไม่ต้องรอรับความช่วยเหลือ แต่ยังสามารถให้ความช่วยเหลือกับผู้อื่นภายในชุมชนได้ด้วย ทำให้ชุมชนมีความเข้มแข็งและมีความรู้สึกเป็นเจ้าของชุมชนท้องถิ่นของตนเอง ดังนั้น งานจิตอาสาถือว่าเป็นการพัฒนาประชาธิปไตยในท้องถิ่นอย่างแท้จริง

ภารกิจสำคัญขององค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF)

November 26th, 2014

กองทุนยูนิเซฟ เป็นองค์กรเดียวขององค์การสหประชาชาติ

ที่อุทิศการปฏิบัติงานเพื่อเด็ก มีวัตถุประสงค์ในการเชิญชวนให้รัฐบาลต่างๆ สนใจในสุขภาพความเป็นอยู่และการเจริญเติบโตของเด็ก ให้ผูกพันเร่งรัดการพัฒนาเด็กทั้งในด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา และคุณธรรมองค์กรพร้อมที่จะช่วยเหลือประเทศต่างๆ ปรับปรุงมาตรการและแนวทางปฏิบัติเพื่อปกป้องชีวิต ให้ความคุ้มครองสิทธิต่างๆที่เด็กพึงได้รับ สนับสนุนโครงการเพื่อการพัฒนาเด็กทั่วโลก องค์การสหประชาชาติมอบหมายให้ยูนิเซฟเป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการนำข้อตกลงระดับสากลไปสู่ภาคปฏิบัติ ข้อตกลงฉบับแรกคือ ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิของเด็ก ซึ่งประกาศเมื่อพ.ศ. ๒๕๐๒ (ค.ศ. ๑๙๕๙) เตือนให้ระลึกว่า เด็กมีสิทธิที่จะได้รับอาหาร ที่อยู่อาศัย นันทนาการการรักษาโรค การศึกษา และสิทธิในการที่จะได้รับความช่วยเหลือให้พัฒนาทั้งในด้านร่างกาย จิตใจ คุณธรรม สติปัญญา โดยมีศักดิ์ศรีและอิสระเสรี

ยูนิเซฟถือว่า การศึกษานั้นเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ดังนั้นเด็กทุกคนจึงมีสิทธิ์เรียน การศึกษาเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อการพัฒนาทั้งในระดับปัจเจกและระดับสังคม เพราะการศึกษาช่วยเบิกทางไปสู่อนาคตที่มีผลิตภาพและประสบความสำเร็จ เมื่อสังคมสร้างความเชื่อมั่นว่าเด็กๆมีการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพและตั้งอยู่บนฐานของสิทธิของพวกเขานั่นก็หมายความว่ามันตั้งอยู่บนรากฐานในความเท่าเทียมกันทางเพศ องค์การยูนิเซฟสร้างสรรค์ผลลัพธ์ในเรื่องโอกาสที่จะเป็นแรงกระเพื่อมที่ส่งผลกระทบให้กับประชากรรุ่นต่อไปที่กำลังจะมาถึง

ภารกิจหลักขององค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ)

• ปกป้องคุ้มครองเด็กจากการถูกทำร้าย การถูกล่วงละเมิด การถูกแสวงประโยชน์ และการถูกทอดทิ้ง
• ทำให้เด็กทุกคนได้เข้าถึงการศึกษาและพัฒนาคุณภาพการศึกษา
• ป้องกันเด็กจากการติดเชื้อเอชไวี และให้ความช่วยเหลือเด็กที่ได้รับผลกระทบจากเอชไอวีและเอดส์
• งานด้านสุขภาพเด็กและพัฒนาการของเด็กเล็ก
• สนับสนุนการศึกษาต่างๆ เพื่อติดตามตรวจสอบนโยบายสังคม
• รณรงค์ให้เกิดกฎหมายและนโยบายที่ปกป้องคุ้มครองสิทธิเด็ก
• รณรงค์เรื่องสิทธิเด็กในหมู่สื่อมวลชน
• ให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน เช่น น้ำท่วมใหญ่ในพ.ศ. 2554 และสึนามิ
• สร้างความตระหนักเรื่องไข้หวัดนก และไข้หวัดใหญ่ H1N1

การเลือกช่วยงานรณรงค์เพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่หวังผลกำไร

October 29th, 2014

กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เชื่อว่าการสนับสนุนประชาชนเป็นกุญแจไปสู่ความสำเร็จของภาระกิจเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อม เราเชื่อว่าสิ่งสำคัญ คือ การเชิญชวนให้ประชาชนมีส่วนร่วมโดยตรงกับงานรณรงค์ของเรา นอกจากนี้ เราระลึกว่าเวลาและทักษะต่างๆ ที่อาสาสมัครมอบให้สำคัญเท่าเทียมกับเงินบริจาคประจำของผู้สนับสนุนของเรากรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีพันธะต่อนโยบายนี้ ในฐานะเป็นกรอบการทำงานกับอาสาสมัครของเรา และเรามีพันธะกับหลักการขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับการเป็นอาสาสมัคร ซึ่งได้แก่อิสรภาพในการเลือกช่วยงานรณรงค์เพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่หวังผลกำไรซึ่งจะสร้างประโยชน์แก่ชุมชนและเป็นงานที่ไม่มีเงินตอบแทนนี่เป็นแนวทางที่สะท้อนให้เห็นถึงปรัชญาของกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของอาสาสมัคร โดยเป็นการผูกมัดสิทธิและความรับผิดชอบของอาสาสมัครเข้ากับกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และตั้งข้อกำหนดพื้ื้้นฐานให้กับการตัดสินใจประจำวัน ได้แก่ การสร้างและการดำเนินการจัดการและประสานงานอาสาสมัคร

อาสาสมัครของกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นปัจเจกบุคคลที่มีพันธะโดยอิสระและสมัครใจและเต็มใจที่จะยึดถือและส่งเสริมคุณค่าหลักของกรีนพีซ และทำงานเพื่อสนับสนุนงานรณรงค์ของกรีนพีซในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยไม่หวังเงินตอบแทนประเภทของอาสาสมัครกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้อาสาสมัครกรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ นักกิจกรรม นักศึกษาฝึกงาน นักรณรงค์ทางอินเตอร์เน็ต และ สมาชิกของกลุ่มในท้องถิ่นนักกิจกรรม ได้แก่ ผู้ที่ร่วมปฏิบัติการเผชิญหน้าอย่างสันติวิธีเพื่อสนับสนุนงานรณรงค์ของเรา พวกเขาจะต้องสนับสนุนและยึดถือข้อผูกพันของกรีนพีซในเรื่องปฏิบัติการเผชิญหน้าอย่างสันติวิธี และมีพันธะต้องร่วมโครงการฝึกอบรมเพื่อสร้างความมั่นใจว่าพวกเขาจะบรรลุมาตรฐานของกรีนพีซสำหรับกิจกรรมเหล่านั้น นักกิจกรรมอาจมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ โดยใช้เรือ การปีน การวิจัย และ งานโลจิสติกส์

นักศึกษาฝึกงาน ได้แก่ ผู้ที่ทำงานในสำนักงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง เพื่อสนับสนุนพนักงานที่ทำงานรณรงค์ของเรา เราคาดหวังว่าพวกเขาจะมีผลงานทั้งด้านปริมาณและคุณภาพเหมือนกับพนักงานที่ได้รับค่าจ้าง ในฐานะเป็นสิ่งตอบแทนประสบการณ์จากกรีนพีซ พวกเขาอาจทำงานในสำนักงาน ในตำแหน่งผู้ช่วยวิจัยในงานรณรงค์เฉพาะเรื่อง งานสื่อมวลชน และ งานประชาสัมพันธ์นักรณรงค์ทางอินเตอร์เน็ต ได้แก่ ผู้ที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมรณรงค์ทางเว็บไซต์ พวกเขาจะทำหน้าที่เป็นชุมชนเสมือนจริงของกรีนพีซ และเป็นช่องทางเผยแพร่กิจกรรมต่างๆ ของพวกเราไปยังประชากรในโลกไซเบอร์สมาชิกของกลุ่มท้องถิ่น ได้แก่ ผู้ที่เป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มท้องถิ่นของกรีนพีซที่ได้รับการยอมรับอย่างถูกต้อง “กลุ่มท้องถิ่นกรีนพีซ” จะได้รับการจัดการเพื่อทำหน้าที่เป็นช่องทางเผยแพร่งานรณรงค์ของเรา และเพื่อเป็นชุมชนของอาสาสมัครของเราที่ไม่สามารถเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในสำนักงานได้ เนื่องจากมีข้อจำกัดเรื่องเวลาและสถานที่